วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

หาดสมิหลา (SImilar Beach)




"แหลมสมิหลา" หรือ "หาดสมิหลา" ที่ผมชวนไปเที่ยว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักมากที่สุดของจังหวัดสงขลา ชายหาดแห่งนี้ อยู่ห่างจากตลาดทรัพย์สิน(ตลาดสดเทศบาล)ประมาณ 2.5 กิโลเมตร มีหาดทรายขาวสะอาด ทิวสนร่มรื่นเด่นสุดของหากสมิหลา คือรูปปั้น“นางเงือกทอง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นอยู่บนปลายแหลมสมิหลา และนักท่องเที่ยวคนไหนไปสงขลาและแวะที่สมิหลา ย่อมไม่พลาดที่จะต้องถ่ายภาพคู่กับนางเงือกทอง "นางเงือกทอง" เป็นเรื่องในนิยายปรัมปราของไทยโบราณ ซึ่งขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) เป็นผู้เล่าไว้
นิยายเรื่องนี้ ขุนวิจิตรมาตราเล่าไว้ว่า ในวันดีคืนดี นางเงือกจะมานั่งหวีผมบนชายหาดด้วยหวีทองคำ กระทั่งวันหนึ่ง มีชายชาวประมงเดินผ่านมาทำให้นางเงือกตกใจ รีบหนีลงทะเลไปโดยลืมหวีทองคำไว้ ชาวประมงเห็นดังนั้น ก็เก็บหวีทองคำไว้และเฝ้าคอยนางเงือกที่หาดนั้นเสมอ แต่นางเงือกก็ไม่เคยปรากฏกายให้เห็นอีกเลย
สำหรับ“นางเงือกทอง” ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509 ในท่านั่งหวีผม หล่อขึ้นด้วยบรอนซ์รมดำ โดยฝีมือการออกแบบ ปั้น และหล่อ โดยอาจารย์จิตร บัวบุศย์ ด้วยเงิน 60,000 บาท(ในสมัยนั้น) โดยใช้เงินจากงบประมาณของเทศบาลสงขลา



เกาะหนูเกาะแมว

รอบบริเวณชายหาดใหญ่ ใกล้นางเงือกทอง เทศบาลสงขลาได้จัดสวนหย่อมไว้ดูร่มรื่น เหมาะที่จะเป็นที่นั่งพักผ่อนยามเย็น และใครที่นั่งพักผ่อน เมื่อมองออกไปในทะเล ก็จะเห็นเกาะหนู-เกาะแมว อีกสัญลักษณ์หนึ่งของแหลมสมิหลาเป็นฉากหน้าตำนานของ"เกาะหนู-เกาะแมว" มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า มีพ่อค้าชาวจีนผู้หนึ่ง คุมเรือสำเภาเดินทางไปมาค้าขายระหว่างจีนกับสงขลาเป็นประจำ วันหนึ่งพ่อค้าผู้นี้ได้ซื้อหมากับแมวจากสงขลาลงเรือไปเมืองจีน
เมื่อหมากับแมวอยู่บนเรือนานๆ ก็เกิดความเบื่อหน่าย จึงปรึกษาหาวิธีการที่จะกลับบ้านที่สงขลา
หมากับแมวทราบว่า พ่อค้ามี"ดวงแก้ววิเศษ" ที่ทำให้ไม่จมน้ำ เมื่อรู้ดังนั้น แมวจึงคิดอุบายโดยให้หนูที่อยู่ในเรือ ไปขโมยแก้ววิเศษของพ่อค้ามา และหนูขอหนีขึ้นฝั่งไปด้วย ทั้ง 3 จึงว่ายน้ำหนีลงจากเรือโดยที่หนูอมดวงแก้วเอาไว้ในปาก
ระหว่างว่ายน้ำ หนูเกิดนึกขึ้นได้ว่าถ้าถึงฝั่ง หมากับแมวคงจะแย่งเอาดวงแก้วไปจึงคิดที่จะหนี ฝ่ายแมวซึ่งว่ายตามหลังมาก็คิดเช่นกัน จึงว่ายน้ำรี่ไปหาหนู หนูตกใจ ไม่ทันระวังตัว ดวงแก้ววิเศษที่อมไว้จึงตกลงจมหายไปในน้ำ หนูและแมวต่างก็หมดแรงจมน้ำตายกลายเป็นเกาะหนูเกาะแมว อยู่ที่อ่าวหน้าเมือง
ส่วนหมา ตะเกียกตะกายว่ายน้ำไปจนถึงฝั่ง และสิ้นใจตายเพราะความเหน็ดเหนื่อย จนกลายเป็นหินบริเวณเขาตังกวน ริมอ่าวสงขลา
ขณะที่"ดวงแก้ววิเศษ" ที่หล่นจากปากหนูแตกละเอียด กลายเป็นหาดทรายแก้ว อยู่ทางด้านเหนือของแหลมสนอ่อน

สำหรับ"แหลมสนอ่อน" เป็นชายหาดร่มรื่นด้วยทิวสนทะเล และบริเวณปลายแหลม เป็นที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล จังหวัดสงขลา ร่วมกับกองทัพเรือ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2530 เพื่อให้ชาวเรือได้สักการะบูชาก่อนออกไปประกอบอาชีพในทะเล
ใครไปสงขลา คงไม่ลืมไปเยี่ยม"เงือกทอง"และนั่งชมวิวดูเกาะหนู-เกาะแมว ด้วยกันนะครับ


3 ความคิดเห็น: