อ่าวมาหยา
สำหรับจุดแรกที่เราแวะชมก็คือปากถ้ำไวกิ้ง ที่ภายในมีภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ แต่เราไม่ได้เข้าชมเนื่องจากเขาเปิดเป็นบางโอกาส เพราะนี่เป็นเขตสัมปานนกนางแอ่น งานนี้จึงทำได้เพียงล่องเรือเฉียดๆดูนั่งร้านไม้ไผ่ที่ปากถ้ำต่างๆเท่านั้น
พ้นจากถ้ำไวกิ้งมา เรือแล่นลุยคลื่นเลียบเคียงหน้าผาหินปูนเข้าสู่เวิ้งอ่าวโค้งคลื่นลมสงบเงียบ ซึ่งนี่คือ“อ่าวมาหยา” อันลือลั่น เพราะโด่งดังมาจากหนังเรื่อง The Beach ที่ก็สมราคาความดัง เพราะอ่าวมาหยานั้นงดงามนัก น้ำทะเลสวยใสพลิ้วไหวไปตามระลอกคลื่นแผ่วเบา บางช่วงเห็นปลาแหวกว่ายดูเพลินตา มีหาดทรายขาวสะอาดเนียนนุ่มเท้าเข้ากับเทือกเขาหินปูนที่ขึ้นหยึกหยัก ตีวงโอบกอดอ่าวมาหยาไว้ให้นักท่องเที่ยวรุ่นแล้วรุ่นเล่าเดินทางมาสัมผัสบนอ่าวมาหยาไม่มีที่พักมีแต่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ แต่มีห้องน้ำไว้ให้นักท่องเที่ยวปลดปล่อยทุกข์ รวมถึงป้ายเตือนภัยสึนามิที่เราหวังว่าสึนามิอ่าได้กล้ำกรายมาเยือนที่นี่อีกตลอดกาลเลย ทิ้งป้ายเตือนภัยไว้ให้เป็นอนุสรณ์ของความโสกเศร้าเถิด
บนอ่าวมาหยา“ตะลอนเที่ยว”เพลินอยู่ที่นั่นพักใหญ่ เพราะช่วงนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อย เราจึงถือโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศบนนี้อย่างเต็มที่ เพราะที่ผ่านมาเที่ยวอ่าวมาหยาทีไรรู้สึกเหมือนไปเมืองนอกทุกที เพราะมีฝรั่งเต็มไปหมด มีแต่คราวนี้แหละที่ค่อยรู้สึกว่าอ่าวมาหยาเป็นอ่าวของไทยหน่อย
หลังเล่นน้ำ เสพบรรยากาศ อ่าวมาหยาจนจุใจ เราไปยังด้านหลังอ่าวมาหยา ซึ่งก็คือ “อ่าวโละซามะ” อ่าวเล็กๆไม่มีชายหาด มีแต่เรือพานักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง เพราะโลกใต้ทะเลที่นี่สวยงามไม่เบา
ใกล้ๆกับอ่าวโละซามะเป็นเกาะบิดะใน เกาะบิดะนอก ที่เป็นจุดดำน้ำชั้นดีอีกจุดหนึ่ง
อีกอ่าวหนึ่งที่เรือไปแวะก่อนกลับและไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ “อ่าวปิเละ” ที่มีลักษณะเป็นลากูน (Lagoon) หรือทะเลใน เพราะถูกโอบล้อมด้วยหน้าผาสูงชันเกือบทุกด้าน น้ำทะเลที่นี่ใสปิ๊งนิ่งเขียวปานมรกต จนหลายคนให้ฉายาว่า“สระว่ายน้ำกลางทะเล”
ก่อนกลับเข้าฝั่งเราแวะดูลิงแสมที่หาดลิง(Monkey Beach)ก่อนเดินทางกลับเกาะพีพีดอนที่ให้อารมณ์บรรยากาศทางการท่องเที่ยวแตกต่างออกไปจากเกาะพีพีเล




